ไอเป็นเลือด (Coughing Up Blood)

ไอเป็นเลือด คืออาการที่ไอแล้วมีเลือดสด หรือ มูกเลือดออกมา โดยเลือดดังกล่าวเป็นเลือดจากทางเดินหายใจส่วนล่าง อันได้แก่ หลอดลมและปอด แตกต่างจากอาการอาเจียนเป็นเลือด เลือดจากอาการไอเป็นเลือดมักเป็นฟองและมูก

แชร์

เลือกหัวข้อที่อ่าน


ไอเป็นเลือด

ไอเป็นเลือด Hemoptysis (Coughing Up Blood) คืออาการที่ไอแล้วมีเลือดสด หรือ มูกเลือดออกมา โดยเลือดดังกล่าวเป็นเลือดจากทางเดินหายใจส่วนล่าง อันได้แก่ หลอดลมและปอด

ไอเป็นเลือด แตกต่างจากอาการอาเจียนเป็นเลือด เลือดจากอาการไอเป็นเลือดมักเป็นฟองและมูก ในขณะที่อาการอาเจียนเป็นเลือดจะอาเจียนเลือดจำนวนมากจากภาวะเลือดออกภายในทางเดินอาหารส่วนบน

ควรไปพบแพทย์เมื่อใด

  • ไอออกมาเป็นเลือดจำนวนมากกว่า 2-3 ช้อนชา
  • ไอเป็นเลือดจํานวนเล็กน้อยแต่นานกว่าหนึ่งสัปดาห์
  • เมื่อไอเป็นเลือดพร้อมมีอาการดังต่อไปนี้
    • เลือดในปัสสาวะหรืออุจจาระ
    • เจ็บหน้าอก
    • วิงเวียนศีรษะ
    • มีไข้
    • เหงื่อออกตอนกลางคืน
    • หายใจถี่
    • น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว

ไอเป็นเลือด เกิดจากอะไร

โดยปกติแล้วสาเหตุของอาการไอเป็นเลือดนั้นไม่ร้ายแรงและสามารถรักษาให้หายได้ แต่การไอเป็นเลือดอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งปอดหรือการติดเชื้อรุนแรง การสูญเสียเลือดมากเกินไปอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตและต้องได้รับการดูแลรักษาฉุกเฉิน

การติดเชื้อเนื่องจากหลอดลมอักเสบ ปอดบวม และวัณโรคเป็นสาเหตุของอาการไอเป็นเลือดที่พบได้บ่อย

สาเหตุที่ไอเป็นเลือดอื่น ๆ ได้แก่

  • หลอดลมโป่งพอง
  • โรคซิสติกไฟโบรซิส
  • โรคหลอดเลือดอักเสบ
  • การใช้โคเคน
  • ภาวะแทรกซ้อนจากโรคลูปัส
  • หัวใจล้มเหลว
  • การบาดเจ็บที่เส้นเลือดในปอด
  • อาการระคายเคืองจากการตัดชิ้นเนื้อหลอดลม
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ไอมากเกินไป
  • โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
  • การสูดสำลัก
  • มะเร็งปอด
  • เลือดกำเดาหรือเลือดออกที่ต่อมทอนซิลหรือเหงือกไหลลงคอ
  • สิ่งแปลกปลอมอุดกั้นในทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็ก

ไอเป็นเลือด มีวิธีการตรวจวินิจฉัยอย่างไร - Coughing up Blood Banner 2

ไอเป็นเลือด มีวิธีการตรวจวินิจฉัยอย่างไร

  • ซักประวัติทางการแพทย์และการตรวจร่างกาย: แพทย์จะถามเกี่ยวกับปริมาณเลือดที่ไอออกมา ความถี่ของอาการไอเป็นเลือด และระยะเวลาของอาการ รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่
  • เอกซเรย์ทรวงอก
  • ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอก
  • ส่องกล้องหลอดลมเพื่อหาจุดที่เลือดออก
  • การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อหาสัญญาณการติดเชื้อ
  • เพาะเชื้อเสมหะในปอด เพื่อตรวจดูว่าอาการไอเป็นเลือดเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรีย
  • ตรวจวัดการแข็งตัวของเลือด
  • ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดแดงปอด
  • ตรวจปัสสาวะ เพื่อแยกแยะสาเหตุที่เป็นไปได้อื่นๆ

แพทย์จะเลือกวิธีการตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากสาเหตุที่แพทย์สงสัยว่าทำให้เกิดอาการ

ไอเป็นเลือด มีวิธีการรักษาอย่างไร

  • การใช้ยาปฏิชีวนะสําหรับโรคปอดติดเชื้อหรือวัณโรคปอด
  • การใช้ยาสเตียรอยด์เพื่อบรรเทาอาการอักเสบที่เป็นสาเหตุของอาการไอเป็นเลือด
  • การผ่าตัดและการรักษาโรคมะเร็งหากสาเหตุของอาการเกิดจากเนื้องอกที่เป็นมะเร็ง

หากอาการรุนแรง ผู้ป่วยจะเข้ารับการรักษาในห้องไอซียูเพื่อหยุดเลือดก่อนที่แพทย์จะทำการวินิจฉัยและระบุสาเหตุได้ แพทย์อาจทําการส่องกล้องหลอดลมเพื่อกําจัดลิ่มเลือด และทำการตรวจวินิจฉัยหลอดเลือดในหลอดลมและทำการอุดเส้นเลือดเพื่อหยุดเลือดในหลอดเลือดที่เป็นสาเหตุของภาวะเลือดออก ในบางรายแพทย์อาจทำการรักษาโดยให้ยา Tranexamic acid เพื่อหยุดเลือดเช่นกัน

บทความโดย

เผยแพร่เมื่อ: 09 ก.พ. 2026

แชร์