พังผืดในปอด (Pulmonary Fibrosis)

โรคพังผืดในปอด (Pulmonary Fibrosis) คือโรคทางเดินหายใจ ซึ่งเนื้อเยื่อปอดที่อยู่ระหว่างถุงลมปอดเกิดเป็นแผล จนเนื้อเยื่อดังกล่าวหนาและแข็งตัว ทำให้ปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผ่านออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดได้ไม่เพียงพอ

แชร์

เลือกหัวข้อที่อ่าน


พังผืดในปอด

โรคพังผืดในปอด (Pulmonary Fibrosis) คือโรคทางเดินหายใจ ซึ่งเนื้อเยื่อปอดที่อยู่ระหว่างถุงลมปอดเกิดเป็นแผล จนเนื้อเยื่อดังกล่าวหนาและแข็งตัว ทำให้ปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผ่านออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดได้ไม่เพียงพอ ปัจจัยที่ทำให้ปอดได้รับความเสียหายนั้น ได้แก่ การสัมผัสกับสารพิษบางอย่าง โรคบางโรค รังสีรักษา หรือยาบางชนิด

ความเสียหายของปอดที่เกิดจากโรคพังผืดในปอดไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ แต่การรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ สามารถช่วยให้ผู้ป่วยจัดการกับอาการและส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ ยาและการบำบัดสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ในผู้ป่วยบางราย แต่ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องทำการปลูกถ่ายปอด

อาการพังผืดในปอด เป็นอย่างไร?

  • หายใจเร็วและสั้น
  • ไอแห้งติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • รู้สึกเหนื่อยมากเวลากลางวัน
  • หายใจหอบเหนื่อยระหว่างหรือหลังออกกำลังกาย
  • น้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

หากอาการแย่ลง ผู้ป่วยอาจมีอาการนิ้วมือนิ้วเท้าปุ้มและอาการตัวเขียว เนื่องจากปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำ

สาเหตุของการเกิดพังผืดในปอด - Pulmonary Fibrosis

พังผืดในปอด เกิดจากสาเหตุอะไร?

  • การสัมผัสกับสารพิษและมลพิษ เช่น ผงถ่านหิน ฝุ่นข้าว แร่ใยหิน ฝุ่นหิน มูลสัตว์ในสภาพแวดล้อมหรือที่ทำงาน
  • รังสีรักษาสำหรับมะเร็งปอดหรือมะเร็งเต้านม โดยขอบเขตความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับชนิดของโรคปอด ปริมาณเนื้อปอดที่สัมผัสกับรังสี ปริมาณรังสีที่ใช้ และมีการใช้เคมีบำบัดร่วมด้วยหรือไม่
  • ยาเคมีบำบัด เช่น ยา methotrexate และยา cyclophosphamide
  • ยาสำหรับโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น ยา amiodarone
  • ยาปฏิชีวนะ เช่น ยา nitrofurantoin 
  • ยาต้านการอักเสบ เช่น ยา rituximab และยา sulfasalazine
  • โรคต่าง ๆ เช่น โรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบ โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันผสม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคปอดอักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ โรคซาร์คอยโดซิส โรคหนังแข็ง รคลูปัส

พังผืดในปอดบางชนิด เป็นโรคที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้ ซึ่งอาจเกิดจากการสัมผัสกับเชื้อไวรัส ยาสูบ หรือเป็นโรคทางพันธุกรรม จากการวิจัยโรคกรดไหลย้อนอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โรคพังผืดในปอดแย่ลงอย่างรวดเร็ว แต่จำเป็นต้องมีการศึกษาถึงความเกี่ยวข้องกับโรคนี้เพิ่มเติม

ปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่ทำให้เกิดพังผืดในปอด?

  • อายุ ผู้ใหญ่วัยกลางคนและผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคพังผืดในปอดมากกว่า
  • เพศ เพศชายมีความเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง
  • การสูบบุหรี่ ผู้ที่สูบหรี่หรือเคยสูบบุหรี่ ผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพองมีความเสี่ยงมากกว่า 
  • การสัมผัสกับมลพิษจากที่ทำงาน เช่น การทำเหมือง การทำฟาร์ม ���รือการก่อสร้าง 
  • วิธีการรักษามะเร็งบางชนิด เช่น รังสีรักษา เคมีบำบัด
  • ปัจจัยทางด้านพันธุกรรม โรคพังผืดในปอดบางชนิดอาจส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้

วิธีการตรวจวินิจฉัยพังผืดในปอด มีกี่วิธี?

  • การซักประวัติและการตรวจร่างกาย
    • แพทย์จะดูประวัติสุขภาพของผู้ป่วยและประวัติสุขภาพของครอบครัว และทำการสอบถามอาการ พร้อมกับฟังเสียงปอดขณะผู้ป่วยกำลังหายใจ
  • การตรวจเลือด
    • การตรวจเลือดช่วยประเมินการทำงานของตับและไต และตัดโรคอื่น ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของอาการได้
  • การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพถ่าย
    • การเอกซเรย์ปอด เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้นว่ามีความผิดปกติของเนื้อปอดหรือไม่
    • การตรวจวินิจฉัยด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เพื่อดูขอบเขตความเสียหายของปอด ช่วยติดตามอาการและประเมินว่าอาการตอบสนองต่อการรักษาหรือไม่
    • การตรวจหัวใจด้วยเครื่องสะท้อนเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) เพื่อประเมินแรงดันในหัวใจห้องล่างขวา ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนจากโรคพังผืดในปอด
  • การตรวจสมรรถภาพปอด
    • การตรวจสมรรถภาพปอด (PFT) เช่น การตรวจวัดปริมาตรของอากาศที่หายใจเข้าและออกจากปอด (spirometry) การตรวจวัดหาความสามารถในการแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดและวัดปริมาตรปอด 
    • การวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Pulse oximetry) เพื่อวัดปริมาณออกซิเจนที่ไหลเวียนในเลือดด้วยการใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว
    • การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกาย (Exercise stress test) เพื่อดูการทำงานของปอดและหัวใจ
    • การตรวจก๊าซจากหลอดเลือดแดง (Arterial blood gas test)
  • การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ

การรักษาพังผืดในปอด ด้วยออกซิเจนบำบัด - Pulmonary Fibrosis

การรักษาพังผืดในปอด มีวิธีการรักษาอย่างไร?

โรคพังผืดในปอด เป็นโรคที่เป็นแล้วจะเป็นถาวร แต่การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยืดอายุการทำงานของปอดได้

  • ยา เช่น ยา pirfenidone และ ยา nintedanib เป็นยาต้านพังผืด ช่วยชะลอการเกิดพังผืดและการเกิดรอยแผลเป็นในปอด
  • ออกซิเจนบำบัด จะช่วยเพิ่มระดับออกซิเจน บรรเทาอาการหายใจหอบเหนื่อยและเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย 
  • การฟื้นฟูสมรรถภาพปอด ช่วยลดอาการเหนื่อยและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
  • การปลูกถ่ายปอด

ภาวะแทรกซ้อนเมื่อเป็นพังผืดในปอด

ภาวะความดันหลอดเลือดแดงในปอดสูง เกิดขึ้นจากพังผืดในปอดส่งผลให้หลอดเลือดแดงปอดมีขนาดเล็กลง ทำให้เกิดแรงต้านของหลอดเลือดในปอดและแรงกดในหัวใจห้องขวาล่างเพิ่มขึ้น ภาวะความดันหลอดเลือดแดงในปอดสูงบางประเภท อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต 

  • โรคหัวใจเพราะปอด เกิดขึ้นจากการที่หัวใจห้องล่างขวาต้องออกแรงสูบฉีดเลือดมากเป็นเวลานาน ทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ 
  • ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว เนื่องจากระดับออกซิเจนที่ต่ำมากจนเป็นอันตราย เป็นระยะสุดท้ายของโรคปอดเรื้อรัง
  • ปอดติดเชื้อ 
  • ลิ่มเลือดอุดตันในปอด
  • ปอดแฟบหรือลรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด
  • มะเร็งปอด

การปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตและการรักษาตัวที่บ้าน

  • เลิกสูบบุหรี่
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ได้รับพลังงานเพียงพอ เพราะผู้ป่วยโรคพังผืดในปอดมักจะน้ำหนักตัวลดลง พยายามรับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ 6 มื้อ แทนการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ 3 มื้อ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ปอดแข็งแรงและลดความเครียด 
  • พักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • เข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ หรือปอดบวม
  • ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำและแผนการรักษาของแพทย์

นอนพักผ่อนให้เพียงพอ - Pulmonary Fibrosis

การเตรียมตัวก่อนไปพบแพทย์

จดคำตอบสำหรับคำถามที่แพทย์อาจถาม เช่น 

  • สังเกตเห็นอาการครั้งแรกเมื่อไร 
  • มีอาการอะไรบ้าง
  • มีโรคประจำตัว เช่น ข้ออักเสบมาก่อนหรือเปล่า
  • ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา รับประทานยาหรืออาหารเสริมบ้างหรือไม่ 
  • เคยทำงานในสถานที่ที่มีฝุ่นเยอะหรือไม่
  • สูบบุหรี่เป็นประจำหรือไม่
  • มีคนในครอบครัวเป็นโรคปอดเรื้อรังหรือไม่
  • เคยเข้ารับการรักษาด้วยรังสีรักษาหรือเคมีบำบัดหรือไม่

แนะนำให้พาเพื่อนหรือคนในครอบครัวไปด้วย เพื่อช่วยจำข้อมูลและเป็นที่พึ่งทางจิตใจ เนื่องจากโรคพังผืดในปอดเป็นโรคที่ร้ายแรงและมีความซับซ้อน

คำถามที่ถามบ่อย

  • โรคพังผืดในปอดกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังต่างกันอย่างไร?
    ทั้งโรคพังผืดในปอดกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นโรคร้ายแรงที่ทำให้หายใจได้ลำบากและอาการจะแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป
    โรคพังผืดในปอด เกิดจากการสะสมของเนื้อเยื่อที่เป็นแผลและพังผืด ทำให้หายใจได้ไม่สะดวก สาเหตุที่แท้จริงของโรคนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด
    โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เกิดจากการระคายเคืองและอักเสบของหลอดลมและถุงลมปอด ทำให้หายใจลำบากและมีเสมหะอุดกั้นในหลอดลม โรคหอบหืดและการสัมผัสกับมลพิษในปริมาณมากจะเพิ่มความเสี่ยงของกลุ่มโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เช่น ถุงลมโป่งพองและหลอดลมอักเสบ

คำแนะนำจากแพทย์โรงพยาบาลเมดพาร์ค

ผู้ป่วยโรคพังผืดในปอด จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจกับแพทย์เป็นประจำ เพื่อติดตามอาการและผลการรักษา การใช้วิธีการรักษาหลายวิธีร่วมกันจะช่วยส่งเสริมการทำงานของปอดและคุณภาพของชีวิต

พังผืดในปอดเกิดจากอะไร อาการ การรักษา - Pulmonary Fibrosis Infographic Th

บทความโดย

  • MedPark Hospital Logo
    นพ. อมรพันธุ์ วงศ์กาญจนา อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคปอด

เผยแพร่เมื่อ: 09 ก.พ. 2026

แชร์